ในปัจจุบัน ปัญหาด้านสายตา ไม่ว่าจะเป็นสายตาสั้น และสายตาเอียง ยังคงพบได้บ่อยมากในคนไทย ทุกเพศ ทุกวัย และมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในยุคสมัยนี้ ที่หลายคนมักใช้เวลานานๆ ไปกับการจ้องหน้าจอมือถือ ไอแพด และคอมพิวเตอร์ จนทำให้เกิดอาการภาพเบลอ มองระยะไกลไม่ชัด และมองเห็นภาพซ้อน โดยเฉพาะเวลากลางคืน ซึ่งสามารถแก้ไขได้ ด้วยการ ใส่แว่นตา คอนแทคเลนส์ หรือ เลสิค (LASIK)

กับการแก้ไขปัญหาด้านสายตา ด้วยการทำ เลสิค (LASIK) ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบัน ซึ่งเป็นวิธีการรักษาด้วยเลเซอร์ที่ทันสมัย มีความปลอดภัยสูง และมีความแม่นยำมากที่สุดกันที่ศูนย์เลสิค โรงพยาบาลยันฮี ในปัจจุบันทางโรงพยาบาลมีแพทย์ประจำถึง 3 ท่าน นำทีมโดยพญ.ปฐมานุช ตัณฑวิเชียร หัวหน้าแพทย์ประจำศูนย์เลสิค นพ.เกรียงไกร องคนิกูล และ พญ.โปรดปราน ริจนา ซึ่งล่าสุดโรงพยาบาลได้มีการนำเทคโนโลยี SMILE Pro เทคโนโลยีการแก้ไขค่าสายตาใหม่ล่าสุด เพื่อแก้ไขปัญหาสายตาผิดปกติด้วย Femtosecond Laser ที่ใช้เครื่อง Visumax 800 ยิงเลเซอร์แยกชั้นเนื้อเยื่อกระจกตาออกเป็นแผ่นบางๆ ให้มีรูปร่างคล้ายเลนส์ หรือ “เลนส์ติคูล” เพียง 8 วินาที ต่อตาหนึ่งข้าง เร็วกว่า SMILE รุ่นเก่าถึง 3 เท่า แม่นยำขึ้น แผลเล็กมากขนาดเพียง 2 – 4 mm. คงความแข็งแรงของกระจกตา ส่งผลให้ฟื้นตัวไวสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ใน 1 วัน ทำให้การมองเห็นกลับมาเป็นปกติโดยไม่ต้องสวมแว่นสายตาหรือใส่คอนแทคเลนส์อีกต่อไป

ทั้งนี้ นอกจากเทคโนโลยีล่าสุดดังกล่าว ศูนย์เลสิคยังให้บริการแก้ไขสายตาครบทุกเทคนิค ได้แก่ PRK, Trans PRK, SBK LASIK และ Femto LASIK เพื่อให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้เหมาะสมกับโครงสร้างดวงตาและไลฟ์สไตล์ของผู้เข้ารับบริการแต่ละราย

โดยในครั้งนี้ Ladysociety จะพาทุกคน ไปดูเคสตัวอย่าง สำหรับเคสตัวอย่าง คุณจิตรา พัฒนะพรหมมาส โดยมีพญ.ปฐมานุช ตัณฑวิเชียร เป็นผู้ดูแล และทำการรักษาสายตาที่มีครบทั้งสั้น และเอียง โดยที่ตาข้างซ้าย ค่าสายตาสั้น -12.00 และค่าสายตาเอียงเอียง 2.00 แก้ไขด้วยวิธี “เฟมโตเลสิค” (Femto LASIK) ส่วนข้างขวา ค่าสายตาสั้น – 4.00 ค่าสายตาเอียง 2.00 และเคยมีการเปลี่ยนกระจกตาก่อน เมื่อสมัยวัยรุ่น จึงแก้ไขด้วยวิธี การขัดผิวกระจกตา (PRK หรือ Photorefractive Keratectomy) นับเป็น 1 ในเคสการรักษาที่ค่อนข้างยากเคสนึง

โดยคุณจิตรา พัฒนะพรหมมาส (เคสตัวอย่าง) ได้ทำการเปิดเผยหลังการทำเลสิคว่า

“คุณหมอเก่งมากค่ะ มือเบา ไม่รู้สึกเจ็บอะไรเลยระหว่างทำ และเวลาผ่านไปเร็วมาก จากที่ตอนแรกค่อนข้างกังวล แต่ทุกอย่างผ่านมาได้ด้วยดี อาจมีเคืองตาบ้างในช่วงแรก แต่คุณหมอก็แนะนำให้หยอดตาอย่างต่อเนื่องทุกชั่วโมง ส่วนเรื่องการมองนั้น ข้างที่ด้วยเทคนิค เฟมโตเลสิค (Femto LASIK) จะมองเห็นได้ชัดกว่า ส่วนข้างที่ทำด้วยเทคนิค PRK ภาพอาจะยังมัวๆอยู่ ซึ่งเป็นธรรมชาติของการฟื้นตัวของผิวกระจกตา และต้องใช้เวลาในการปรับสภาพเนื่องจากเป็นเทคนิคในรูปแบบใบมีด แต่ก็มองเห็นได้ชัดกว่าเดิม (เพิ่มเติมระบุช่วงเลาในการรักษาค่ะ เช่นนัดหมายทำเลสิคเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 69 ผ่านมา 3 วัน หรือ 7 วัน ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นประมาณนี้…)

และหลังจากครบ 1 อาทิตย์ ก็ได้มีการไปพบคุณหมอ เพื่อดูผลการทำเลสิค และเอาเลนส์ที่ครอบไว้ในฝั่งของการทำ PRK ออก ยอมรับเลยว่า เพิ่งเข้าใจคำว่าโลกสดใสจริงๆก็วันนี้ ตัดสินใจไม่ผิดที่มาทำเลสิคกับทางโรงพยาบาลยันฮี ลาแล้วสายตาสั้น เอียง แว่นตาหนาๆที่อยู่ด้วยกันมานานกว่า 40 ปี!”

แม้เทคโนโลยีเลสิคจะมีความทันสมัยเพียงใด แต่สิ่งสำคัญที่สุดยังคงเป็น “การวินิจฉัยและการวางแผนรักษา” ของแพทย์ เคสนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญของ พญ.ปฐมานุช ตัณฑวิเชียร ในการประเมินข้อจำกัดของดวงตาแต่ละข้าง เพื่อเลือกเทคนิคที่เหมาะสม และควบคุมการรักษาให้ปลอดภัยในเคสที่มีความซับซ้อนสูง

และนี่จึงถือเป็นการยืนยันแล้วว่า ไม่ว่าคุณจะมีปัญหาสายตาแบบใด ก็สามารถแก้ไขได้ด้วยที่ ศูนย์เลสิค โรงพยาบาล ยันฮี โดยสามารถติดต่อเข้ารับคำปรึกษา หรือสอบถามรายละเอียดอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/YanheeLasik, Tiktok : @yanheelasikcenter, โทร 1723 กด 2