กรุงเทพฯ 22 กรกฎาคม 2569 — วงการภาพยนตร์ไทยเตรียมก้าวสู่ศักราชใหม่! เหล่าผู้กำกับภาพยนตร์รุ่นใหญ่ พร้อมด้วยขุนพลคนเบื้องหลังและบุคลากรแถวหน้าของวงการ ร่วมระดมไอเดียสุดเข้มข้น แลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์เพื่อหาทางออกและยกระดับอุตสาหกรรมหนังไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์บันเทิงไทย ยกระดับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย ทั้งการพัฒนาคุณภาพผลงาน การบริหารทรัพย์สินทางปัญญา การขยายตลาดไปต่างประเทศ และการเพิ่มโอกาสให้ผู้กำกับและผู้สร้างสรรค์เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น

การรวมตัวครั้งนี้เกิดขึ้นบนเวทีเสวนา “From Fanbase to Film Investment Token: ปลดล็อกทุนสร้างภาพยนตร์ไทยด้วยพลังแฟนคลับและตลาดทุนดิจิทัล” ภายในงาน Thailand Content Market 2026 จัดโดย ditp และ CEA โดยมีผู้กำกับและบุคลากรในวงการภาพยนตร์ร่วมแสดงความคิดเห็นถึงความท้าทายของการสร้างภาพยนตร์ในปัจจุบัน โดยเฉพาะต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น การแข่งขันกับคอนเทนต์จากต่างประเทศ และข้อจำกัดด้านเงินทุนที่ทำให้หลายโครงการไม่สามารถเดินหน้าจากบทภาพยนตร์ไปสู่การผลิตจริงได้
เวทีดังกล่าวได้รับการสนับสนุนด้านองค์ความรู้จากหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานกำกับดูแล ได้แก่ กระทรวงวัฒนธรรม กรมทรัพย์สินทางปัญญา และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านการระดมทุนดิจิทัล ภาคการศึกษา และภาคธุรกิจสร้างสรรค์
นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ภาพยนตร์และดิจิทัลคอนเทนต์ไทยคือหัวใจหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Soft Power ของประเทศ ทั้งนี้ การจะพาสื่อไทยไปไกลในระดับสากลได้อย่างมั่นคง จำเป็นต้องเร่งผลักดันใน 3 ด้านหลัก จัดระบบทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ผลงานคุ้มครองลิขสิทธิ์อย่างเข้มงวด ารคุ้มครองสิทธิ และการเข้าถึงแหล่งทุน จะช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองให้ผู้สร้างสรรค์ สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ลงทุน และสนับสนุนให้คอนเทนต์ไทยขยายสู่ตลาดต่างประเทศอย่างยั่งยืน

หนังไทยมีศักยภาพ แต่ต้องมีระบบช่วยให้โปรเจกต์เกิดขึ้นจริง
ผู้กำกับที่ร่วมเสวนามองตรงกันว่า ประเทศไทยไม่ได้ขาดบุคลากรที่มีความสามารถหรือเรื่องราวที่น่าสนใจ แต่หลายโครงการยังขาดโครงสร้างสนับสนุนที่ช่วยให้ผู้สร้างสรรค์นำเสนอวิสัยทัศน์ แผนการผลิต งบประมาณ โมเดลรายได้ และโอกาสในการต่อยอดทรัพย์สินทางปัญญาแก่พันธมิตรทางธุรกิจและแหล่งเงินทุนได้อย่างเป็นระบบ

คุณปรัชญา ปิ่นแก้ว ผู้กำกับภาพยนตร์และ Co-CEO ของ Colestia กล่าวว่า การผลักดันภาพยนตร์ไทยไปสู่ตลาดต่างประเทศจำเป็นต้องเริ่มตั้งแต่การเตรียมโครงการ ไม่ใช่รอจนภาพยนตร์สร้างเสร็จแล้วจึงเริ่มมองหาตลาด
นอกจากบทภาพยนตร์และความสามารถของทีมงานแล้ว โครงการควรมีข้อมูลด้านสิทธิ แผนการผลิต การใช้เงิน กลุ่มผู้ชม และช่องทางสร้างรายได้ที่ชัดเจน เพื่อให้พันธมิตรและผู้สนับสนุนสามารถมองเห็นศักยภาพของผลงานได้ตั้งแต่ต้น

ภาพยนตร์หนึ่งเรื่องยังสามารถต่อยอดได้มากกว่ารายได้จากโรงภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็นการจัดจำหน่ายในต่างประเทศ แพลตฟอร์มสตรีมมิง การให้สิทธิใช้งาน ตัวละคร สินค้า กิจกรรม และความร่วมมือทางการตลาด หากมีการบริหารทรัพย์สินทางปัญญาและวางแผนเชิงพาณิชย์อย่างเหมาะสม
เชื่อมพลังแฟนคลับกับโอกาสทางการเงิน
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญของการเสวนาคือบทบาทของแฟนคลับ ซึ่งไม่จำเป็นต้องรอสนับสนุนภาพยนตร์หลังเข้าฉายเท่านั้น แต่สามารถเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ช่วงพัฒนาโครงการ ผ่านชุมชนออนไลน์ กิจกรรม สิทธิประโยชน์ การติดตามเบื้องหลัง และการรับทราบความคืบหน้าของผลงาน
ฐานแฟนคลับที่เข้มแข็งจะช่วยให้ผู้สร้างสรรค์พิสูจน์ความสนใจของตลาด สร้างกลุ่มผู้ชมล่วงหน้า และเพิ่มข้อมูลประกอบการพูดคุยกับพันธมิตรหรือแหล่งเงินทุน

Colestia จึงได้รับการพัฒนาขึ้นในฐานะแพลตฟอร์มสนับสนุนระบบนิเวศการร่วมสร้างสรรค์ทรัพย์สินทางปัญญา เชื่อมโยงผู้กำกับ ผู้สร้างสรรค์ เจ้าของสิทธิ แฟนคลับ ผู้เชี่ยวชาญ และช่องทางระดมทุนภายใต้การกำกับดูแลแพลตฟอร์มมีบทบาทช่วยเตรียมความพร้อมของโครงการ ตั้งแต่การจัดระบบสิทธิและเอกสารลำดับสิทธิ การวางแผนการผลิตและการใช้เงิน การออกแบบโมเดลรายได้ การนำเสนอข้อมูลโครงการ ไปจนถึงการสร้างชุมชนและสื่อสารความคืบหน้ากับผู้สนับสนุน
คุณจิรสิน ขนิษฐานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟลิปส์ อินโนเวทีฟ จำกัด และ Co-CEO ของ Colestia กล่าวว่า โครงการภาพยนตร์ที่ต้องการเข้าถึงแหล่งทุนรูปแบบใหม่จำเป็นต้องมีความพร้อมทั้งด้านข้อมูล โครงสร้างโครงการ แผนการใช้เงิน โมเดลรายได้ สิทธิของผู้เกี่ยวข้อง และการสื่อสารความเสี่ยงอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ Colestia ไม่ได้ทำหน้าที่เสนอขายโทเคน รับเงินลงทุน หรือเป็น ICO Portal หากโครงการใดจะดำเนินการระดมทุนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล จะต้องดำเนินการโดยผู้ออกโทเคนผ่านผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตหรือได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. และเป็นไปตามกฎหมายและเงื่อนไขของแต่ละโครงการ โดยไม่มีการรับประกันเงินต้นหรือผลตอบแทน เตรียมติดตามโปรเจกต์ใหม่จากผู้กำกับมากประสบการณ์

นอกเหนือจากการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับอนาคตวงการภาพยนตร์ไทย ผู้กำกับและผู้สร้างสรรค์ที่เข้าร่วมงานต่างอยู่ระหว่างพัฒนาโครงการใหม่ของตนเอง ซึ่งคาดว่าจะทยอยเปิดเผยรายละเอียดและอัปเดตความคืบหน้าให้แฟนภาพยนตร์ได้รับทราบในอนาคตอันใกล้
การเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการพูดคุยถึงปัญหาของวงการ แต่ยังสะท้อนถึงความร่วมมือครั้งใหม่ระหว่างคนทำหนัง ภาครัฐ ภาคธุรกิจ แฟนคลับ และผู้เชี่ยวชาญด้านเงินทุน เพื่อเพิ่มโอกาสให้ภาพยนตร์ไทยก้าวจากไอเดียไปสู่การผลิตจริง และเดินทางไปพบผู้ชมในตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น
เกี่ยวกับ Colestia
Colestia คือแพลตฟอร์มสนับสนุนการร่วมสร้างสรรค์และพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญา เชื่อมโยงผู้สร้างสรรค์ เจ้าของสิทธิ แฟนคลับ ผู้ให้บริการวิชาชีพ พันธมิตรทางธุรกิจ และช่องทางระดมทุนภายใต้การกำกับดูแลแพลตฟอร์มสนับสนุนการเตรียมและนำเสนอโครงการอย่างเป็นระบบ การบริหารสิทธิ การสร้างชุมชน กิจกรรมและสิทธิประโยชน์ ตลอดจนการรายงานความคืบหน้า ส่วนกิจกรรมระดมทุนหรือการลงทุนจะต้องดำเนินการผ่านผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตและเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง



















































