นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังเปิดกิจกรรมเชื่อมโยงและรณรงค์บริโภคเนื้อโคไทย ภายใต้ชื่องาน “เนื้อไทย FESTIVAL” ระหว่างวันที่ 28–30 สิงหาคม 2569 ณ ลานกิจกรรมด้านหน้าศูนย์การค้าเดอะ สตรีท รัชดา กรุงเทพมหานคร เพื่อเชื่อมโยงเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตเนื้อโคไทยคุณภาพกับผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ ควบคู่กับการรณรงค์ให้ประชาชนรู้จักและเลือกบริโภคเนื้อโคไทยมากขึ้น มุ่งขยายช่องทางจำหน่าย เพิ่มมูลค่าผลผลิต และสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ

กิจกรรมสำคัญประกอบด้วยการเจรจาจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ผลิตเนื้อโคไทยคุณภาพจำนวน 20 รายจากทั่วประเทศ กับผู้ประกอบการจาก 8 กลุ่มธุรกิจชั้นนำ ได้แก่ สายการบิน โรงแรม ร้านอาหาร/ภัตตาคาร ห้างค้าส่ง-ค้าปลีก โรงงานแปรรูปอาหาร โรงเรียนสอนทำอาหาร กลุ่มจัดจำหน่ายวัตถุดิบอาหาร และร้านจำหน่ายเนื้อโค เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางทางการตลาดให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ อันเป็นการสร้างโอกาสทางการตลาดและยกระดับภาพลักษณ์ของเนื้อโคไทยให้เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง

ขณะเดียวกัน ภายในงาน “เนื้อไทย FESTIVAL” เปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้เลือกซื้อและทดลองชิมผลิตภัณฑ์เนื้อโคไทยคุณภาพหลากหลายสายพันธุ์ เช่น ไทยวากิว ลูกผสมแองกัส หรือชาโรเลส์ ผลิตภัณฑ์จากเนื้อโคไทย เช่น เนื้อแดดเดียว ไส้กรอกเนื้อ ไส้อั่วเนื้อ และอาหารที่รังสรรค์จากเนื้อโคเลิศรส พร้อมกิจกรรมพิเศษ เช่น ชิมเนื้อฟรี โปรโมชั่นส่วนลดที่มีตลอดทั้งงาน และช่วง “นาทีทอง” ที่จะมีเป็นช่วงๆ ตลอดงาน โดยกิจกรรมดังกล่าวจะจัดขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ 28 -30 สิงหาคม 2569 ณ ลานกิจกรรมด้านหน้าศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา ตั้งแต่เวลา 16.00 น. – 22.00 น.

นายวิทยากร กล่าวว่า ปัจจุบันเกษตรกรและผู้ประกอบการไทยได้พัฒนาสายพันธุ์ อาหารสัตว์ และกระบวนการเลี้ยงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เนื้อโคไทยมีคุณภาพสูงขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งด้านความนุ่ม ไขมันแทรก กลิ่นหอม และรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ รวมถึงมีมาตรฐานการผลิตและการจัดการฟาร์มที่ดี สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้หลายระดับ ตั้งแต่ตลาดทั่วไป ร้านอาหาร ไปจนถึงตลาดเนื้อโคคุณภาพระดับพรีเมียม

สำหรับปี 2569 คาดว่าจะมีผลผลิตโคเนื้อประมาณ 1.14 ล้านตัว เพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อน หรือคิดเป็นเนื้อโคประมาณ 0.192 ล้านตัน กรมการค้าภายในจึงให้ความสำคัญกับการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศและเพิ่มช่องทางด้านการตลาด เพื่อให้ผลผลิตได้รับการรองรับอย่างเหมาะสม พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคเห็นว่าเนื้อโคไทยมีคุณภาพ สามารถใช้ประกอบอาหารได้หลากหลาย และแข่งขันกับสินค้านำเข้าได้

“งานปีนี้ต่อยอดจากความสำเร็จของปีก่อน โดยมุ่งเชื่อมโยงตลาดเนื้อโคไทยตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ สร้างโอกาสทางการตลาด ยกระดับภาพลักษณ์ และเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการ กรมฯ เชื่อมั่นว่า คุณภาพ ความนุ่ม กลิ่นหอม และรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของเนื้อไทย จะช่วยกระตุ้นการบริโภค ลดการพึ่งพาการนำเข้า และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน จึงขอเชิญชวนประชาชนมาสัมผัส ‘รสชาติที่แท้จริงของเนื้อไทย’ ภายในงาน เนื้อไทย FESTIVAL” นายวิทยากรกล่าว




















































