๙ กรกฎาคม ๒๕๖๙ : ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จไปในพิธีพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ประจำปี ๒๕๖๘ ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน ประธานกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ในพระอุปถัมภ์ฯ และรักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ , รองศาสตราจารย์ ดร.ทัศนา บุญทอง เลขาธิการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ในพระอุปถัมภ์ฯ และรักษาการคณบดีคณะพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารี , ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงยุวเรศมคฐ์ สิทธิชาญบัญชา รักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์และรักษาการคณบดีคณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ , ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงสฤกพรรณ วิไลลักษณ์ ประธานคณะกรรมการสรรหาและกลั่นกรองมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ในพระอุปถัมภ์ฯ เฝ้ารับเสด็จ โอกาสนี้ พระราชทานพระวโรกาสให้เลขาธิการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ในพระอุปถัมภ์ฯ เข้าเฝ้าถวายสูจิบัตร และประธานกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ในพระอุปถัมภ์ฯ กล่าวประกาศสดุดีเกียรติคุณ และกราบทูลเบิกผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ประจำปี ๒๕๖๘ ซึ่งได้แก่ ศาสตราจารย์ นายแพทย์เฉิน จู (Professor Chen Zhu) และ ศาสตราจารย์ เจ้า เวย ลี่ (Professor Zhao Wei Li) ผู้แทนศาสตราจารย์ นายแพทย์หวัง เจิ้นอี้ (Professor Wang Zhen-Yi) เข้าเฝ้ารับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ จากนั้น ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงมีพระดำรัสเปิดการประชุมวิชาการรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ครั้งที่ ๓ “Thailand Against Cancer as One” และทรงรับฟังการแสดงปาฐกถาพิเศษของศาสตราจารย์ นายแพทย์เฉิน จู (Professor Chen Zhu) เรื่อง “Treatment of acute Promyelocytic leukemia with all-trans retinoic acid and arsenic trioxide as an effective approach of cancer differentiation therapy” ตามลำดับ

สำหรับผู้ได้รับพระราชทาน “รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์” ครั้งที่ ๓ ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๘ มีผู้ได้รับรางวัลร่วมกันจำนวน ๒ ท่าน เป็นผู้ที่สร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่และปฏิวัติวงการรักษาโรคมะเร็งของโลก ได้แก่ ศาสตราจารย์ นายแพทย์หวัง เจิ้นอี้ (Professor Wang Zhen-Yi) ผู้อำนวยการกิตติมศักดิ์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เจียวทง และศาสตราจารย์ นายแพทย์เฉิน จู (Professor Chen Zhu) อดีตผู้อำนวยการสถาบันโลหิตวิทยาแห่งเซี่ยงไฮ้ และประธานสภากาชาดแห่งประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยผลงานของศาสตราจารย์ทั้งสองท่าน นับเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การแพทย์ โดยท่านคือผู้ค้นพบและพัฒนาแนวทางการรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันชนิดโพรไมอีโลไซติก (Acute Promyelocytic Leukemia หรือ APL) ซึ่งในอดีตถือเป็นหนึ่งในมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดที่ร้ายแรงที่สุด ผู้ป่วยมักเสียชีวิตอย่างรวดเร็วจากการเกิดภาวะเลือดออกรุนแรง โดยมีอัตราการรอดชีวิตเพียงร้อยละ ๓๐-๔๐ เท่านั้น ทว่า ศาสตราจารย์ทั้งสองท่านได้ปฏิวัติวงการรักษาโรคมะเร็ง ด้วยการใช้กรดวิตามินเอ (All-trans Retinoic Acid หรือ ATRA) ร่วมกับ สารหนูออกไซด์ (Arsenic Trioxide หรือ ATO) ซึ่งการค้นพบการรักษาแบบมุ่งเป้าคู่ที่เปลี่ยนแนวคิดจากการทำลายเซลล์มะเร็งโดยตรงแบบดั้งเดิม หรือเคมีบำบัดที่สร้างผลข้างเคียงรุนแรง มาเป็นการสอนหรือกระตุ้นให้เซลล์มะเร็งที่กลายพันธุ์อันร้ายแรง กลับมาพัฒนาและเปลี่ยนสภาพเป็นเซลล์ปกติที่ไม่มีพิษต่อเซลล์ (Cytotoxicity) การบำบัดนี้จึงกลายเป็นสูตรการรักษาแรกของโลกที่ไม่ใช้ยาเคมีบำบัด หรือ Chemotherapy-free ในการรักษามะเร็งที่แพร่กระจายแล้วให้หายขาดได้ โดยมีผลข้างเคียงต่ำมาก ส่งผลให้ผู้ป่วยโรค APL ในปัจจุบัน มีอัตราการรอดชีวิตและหายขาดสูงถึงร้อยละ ๙๐-๙๕ พลิกโฉมจากโรคที่ร้ายแรงที่สุด ให้กลายเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวที่สามารถรักษาให้หายขาดได้มากที่สุด และกลายเป็นต้นแบบของ “การแพทย์แม่นยำ” (Precision Medicine) และ “การรักษาแบบมุ่งเป้า” (Targeted Therapy) ในปัจจุบัน สิ่งที่ยิ่งใหญ่และน่าชื่นชมที่สุดซึ่งสอดคล้องกับพระปณิธานของศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี อย่างแท้จริง คือ “จิตวิญญาณแห่งความเสียสละ” โดยศาสตราจารย์ทั้งสองท่านไม่ได้จดสิทธิบัตรหรือลิขสิทธิ์ในการค้นพบนี้เลยซึ่งทำให้ทั่วโลกสามารถผลิตยา ATRA และ Arsenic Trioxide ได้ด้วยราคาที่สามารถเข้าถึงได้ สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้อย่างแพร่หลาย คุณสมบัติและการอุทิศตนของ ศาสตราจารย์ นายแพทย์หวัง เจิ้นอี้ และ ศาสตราจารย์ นายแพทย์เฉิน จู จึงเป็นสิ่งยืนยันเด่นชัดถึงความดีงามและคู่ควรอย่างยิ่งต่อการได้รับพระราชทานรางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้ ท่านทั้งสองไม่เพียงแต่ใช้ “วิทยาการเพื่อมวลมนุษย์” ในการเอาชนะโรคร้าย แต่ยังยึดมั่นถึงประโยชน์ส่วนรวมเพื่อให้มนุษยชาติสามารถเข้าถึงการรักษานั้นได้อย่างเท่าเทียม

อนึ่ง “รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์” เป็นรางวัลระดับนานาชาติที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติและเผยแพร่พระเกียรติคุณศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุ ๖๕ ปี วันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๕ ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อประชาชนชาวไทยโดยเฉพาะด้านการวิจัยและพัฒนาเพื่อการป้องกัน ควบคุมโรคมะเร็ง และการดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็ง โดยรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ Princess Chulabhorn Award เป็นรางวัลระดับนานาชาติเพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติแก่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีความเป็นเลิศ มีผลงานวิจัย ค้นคว้า หรือการบำบัดรักษาโรคมะเร็งที่เป็นประโยชน์และสร้างคุณูปการอย่างยิ่งใหญ่แก่มวลมนุษยชาติในระดับสากล ทั้งนี้ มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ในพระอุปถัมภ์ ฯ จะดำเนินการคัดเลือกและประกาศผลผู้ได้รับรางวัล ฯ เป็นประจำทุกปี จำนวน ๑ รางวัล ผู้ได้รับรางวัลจะได้รับโล่รางวัล และเงินรางวัล ๕๐,๐๐๐ เหรียญสหรัฐ โดยมีกำหนดการเข้ารับพระราชทานรางวัลอันทรงเกียรตินี้ในเดือนกรกฎาคมของทุกปี พร้อมกันนี้ เพื่อสืบสานพระปณิธานในการเผยแพร่และส่งเสริมความรู้ด้านโรคมะเร็งให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่มวลมนุษยชาติ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์และมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ฯ จึงได้กำหนดจัดให้มีการประชุมวิชาการรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ครั้งที่ ๓ ภายใต้หัวข้อ THAILAND AGAINST CANCER AS ONE “Genomic medicine” ต่อเนื่องในวันศุกร์ที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เพื่อสนับสนุนและขับเคลื่อนนโยบายสำคัญในด้านการป้องกัน ควบคุม และดูแลรักษาโรคมะเร็งในประเทศไทยให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน โดยบูรณาการผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศที่จะมาแบ่งปันความรู้ เจาะลึกเทคโนโลยีการแพทย์จีโนมิกส์ (Genomics), งานวิจัยและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่จะเข้ามาเปลี่ยนโฉมการดูแลผู้ป่วยมะเร็งในอนาคต รับชม https://youtu.be/QRNfuGcuKHo

ติดตามข่าวสารราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้ที่ www.cra.ac.th


















































