8 มิถุนายน 2569 – “สยาม แยปป์” แนวรุกลูกครึ่งไทย-อังกฤษ เดินทางกลับมายังประเทศไทยเพื่อเข้ารับการตรวจเช็กสภาพร่างกายและประเมินความพร้อมทางการกีฬาอย่างละเอียด ณ โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ พร้อมเปิดใจอัปเดตชีวิตและการค้าแข้งในดินแดนกิมจิ หลังเปิดตัวย้ายไปร่วมทัพ “ปาจู ฟรอนเทียร์” (Paju Frontier FC) ทีมในลีกรองของประเทศเกาหลีใต้ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

การกลับมาเมืองไทยในครั้งนี้ สยาม แยปป์ ได้เข้าตรวจร่างกายอย่างเข้มข้น โดยใช้แพ็กเกจเช็กความพร้อมสำหรับนักกีฬาฟุตบอล โดยผ่านกระบวนการตรวจเช็กแบบครบวงจรจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ได้แก่
1. แผนก Check-up เพื่อดูความสมบูรณ์พื้นฐานของร่างกาย
2. แผนกโรคหัวใจ ตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกายด้วยการวิ่งสายพาน (EST) ดูแลอย่างใกล้ชิดโดยแพทย์โดย นพ.ลิขิต กำธรรวิจิตรกุล เช็กความฟิตและความอึดของระบบหัวใจและหลอดเลือด
3. แผนกกระดูกและข้อ ตรวจประเมินระบบกล้ามเนื้อและกระดูกเฉพาะทางสำหรับนักกีฬา (Ortho Sport) ดูแลโดย นพ.ณัฐพล ศิริโภคารัตนา เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บเฉียบพลันและเรื้อรัง
4. แผนกจักษุ ตรวจสายตาและระดับการมองเห็นโดยจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อความแม่นยำในการกะระยะและมิติในสนามแข่งขัน


สยาม แยปป์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานและความพร้อมในปัจจุบันว่า “การย้ายไปร่วมทีม ปาจู ฟรอนเทียร์ ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ถือเป็นก้าวสำคัญและเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ในอาชีพค้าแข้งของผม ลีกเกาหลีใต้ขึ้นชื่อเรื่องความเคี่ยว ความเร็ว และพละกำลังที่สูงมาก ทำให้ผมต้องปรับตัวอย่างหนัก ทั้งในเรื่องของแทกติก สภาพแวดล้อม และภาษา แต่ช่วงเวลา 2-3 เดือนที่ผ่านมา ถือว่าการปรับตัวเป็นไปได้ด้วยดีและได้รับความไว้วางใจจากทีมสตาฟฟ์โค้ชอย่างต่อเนื่องครับ”

“สำหรับการเดินทางกลับมาไทยในรอบนี้ นอกจากการมาจัดการธุระส่วนตัวแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการมาเช็กสภาพร่างกายให้ละเอียด เพื่อดูว่าจุดไหนที่ต้องเสริมสร้างเพิ่มเติม การมาตรวจที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ ในวันนี้ ผลตรวจเบื้องต้นออกมาเป็นที่น่าพอใจมากครับ ร่างกายสมบูรณ์ดี ไม่มีอาการบาดเจ็บรบกวน ระบบหัวใจและกล้ามเนื้อพร้อมเต็มร้อย หลังจากนี้ผมจะนำข้อมูลการตรวจนี้ไปปรับใช้กับโปรแกรมการซ้อม เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมที่สุดก่อนจะบินกลับไปลุยศึกครึ่งฤดูกาลหลังกับต้นสังกัดครับ ฝากแฟนบอลชาวไทยช่วยติดตามและเป็นกำลังใจให้ผมในลีกเกาหลีใต้ด้วยนะครับ”

นพ.ณัฐพล ศิริโภคารัตนา แพทย์เวชศาสตร์การกีฬา ประจำศูนย์รักษาโรคกระดูกและข้อ โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ ให้ข้อมูลในการตรวจร่างกายนักกีฬาว่า “สำหรับการตรวจร่างกายของคุณสยามในวันนี้ เราได้เน้นไปที่การตรวจกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง หรือแฮมสตริง (Hamstring) ซึ่งเป็นจุดที่คุณสยามเคยได้รับบาดเจ็บมาก่อนครับ ปัจจุบันผลการตรวจชี้ว่า อาการรอยช้ำต่าง ๆ ได้หายไปหมดแล้ว และเมื่อทดสอบกำลังกล้ามเนื้อ (Muscle Power Test) ตัวคุณสยามไม่มีอาการเจ็บเลย แรงต้านดีมาก สามารถชนะแรงหมอได้ ถือว่ามีความแข็งแรงค่อนข้างดีเยี่ยมเมื่อเทียบกับขาอีกข้างครับ”

“นอกจากเรื่องของกำลังกล้ามเนื้อแล้ว ปกติหลังจากการบาดเจ็บหายดี กล้ามเนื้อมักจะเกิดพังผืดและหดตัวได้ ทางทีมแพทย์จึงได้ตรวจเช็กเรื่องความยาวของกล้ามเนื้อเพิ่มเติม ซึ่งผลออกมาค่อนข้างน่าพอใจมากครับ ความยาวกล้ามเนื้อกลับมาดีใกล้เคียงกับขาปกติอีกข้าง ถึงแม้ว่าตัวนักเตะเองอาจจะยังมีความรู้สึกตึง ๆ อยู่บ้างเล็กน้อย แต่ในมุมมองของแพทย์ผู้ตรวจ ถือว่าฟื้นฟูกลับมาได้ใกล้เคียงกับสภาวะปกติมาก เนื่องจากอาการบาดเจ็บเดิมของคุณสยาม เป็นการบาดเจ็บแค่บางส่วนเท่านั้น ไม่ใช่การฉีกขาดทั้งหมดของเส้นเอ็น ประกอบกับในปัจจุบัน ทั้งเรื่องของพละกำลังและความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อได้ฟื้นฟูกลับมาเกือบสมบูรณ์ในระดับที่ใกล้เคียงปกติแล้ว ทำให้มั่นใจได้ว่า สยาม แยปป์ มีสภาพร่างกายที่พร้อมจะกลับไปลงสนามแข่งขันในเกมระดับสูงที่มีความเข้มข้น (High Performance) ได้อย่างเต็มที่แน่นอน”

“สิ่งสำคัญหลังจากนี้คือ ข้อควรระวังในการรักษาความยาวและกำลังของกล้ามเนื้อให้คงที่ คุณสยามจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการยืดเหยียดกล้ามเนื้อทุกวัน ย้ำว่าต้องทำทุกวันแม้ในวันที่ไม่มีโปรแกรมฝึกซ้อมหรือลงแข่งขัน เพื่อช่วยเพิ่มความยาวกล้ามเนื้อและป้องกันการบาดเจ็บซ้ำ รวมถึงต้องทำโปรแกรมสร้างความแข็งแรงกล้ามเนื้อแฮมสตริง (Eccentric Exercise) ควบคู่ไปด้วย ซึ่งปัจจุบันคุณสยามทำได้ถูกต้องดีอยู่แล้ว นอกจากนี้ต้องเน้นเรื่องโภชนาการ โดยรับประทานอาหารประเภทโปรตีนให้เพียงพอเพื่อซ่อมแซมกล้ามเนื้อครับ”

โดยการตรวจร่างกายในครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง โดยตัวนักเตะได้เตรียมความพร้อมมาเป็นอย่างดีด้วยการงดน้ำและอาหารหลังเที่ยงคืนที่ผ่านมา เพื่อให้ผลการตรวจเลือดและการทดสอบสมรรถภาพทางกายออกมาแม่นยำที่สุด ซึ่งภาพรวมผลการตรวจยืนยันว่า สยาม แยปป์ มีสภาพร่างกายที่แข็งแกร่งและพร้อมเต็มที่ ในการกลับไปไล่ล่าความสำเร็จในลีกประเทศเกาหลีใต้ต่อไป.