กรุงเทพฯ – ท่ามกลางความท้าทายของสังคมในการ “กลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณค่า” หนึ่งในแนวทางที่กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนเชิงบวก คือการนำ “กีฬา” มาเป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนแปลงชีวิต และ “มวยไทย” กำลังกลายเป็นคำตอบสำคัญในมิตินั้น “โครงการกำลังใจ…THAI FIGHT (INSPIRE…THAI FIGHT) หมัดเดียว…เปลี่ยนได้” คืออีกก้าวสำคัญของการต่อยอดพระดำริใน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาในการจัดตั้ง “โครงการกำลังใจ” เพื่อประทานโอกาสและความหวังแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์และผู้ด้อยโอกาสในสังคมไทย

โครงการดังกล่าวถูกพัฒนาให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน แกนนำในการขับเคลื่อนโดย บริษัท ไทยไฟท์ จำกัด ผู้จัดการแข่งขันมวยไทยระดับโลก “THAI FIGHT” ที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันศิลปะมวยไทยสู่เวทีนานาชาติและได้รับพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระราชทานถ้วยรางวัลอย่างต่อเนื่อง จึงได้นำศาสตร์มวยไทยเข้ามาเป็นหลักในการพัฒนาโครงการนี้ให้ขับเคลื่อนอย่างทรงพลัง ผนึกกำลังรัฐ–เอกชน สร้าง “โอกาส” ครั้งสำคัญให้ผู้ต้องราชทัณฑ์

โครงการ “กำลังใจ…THAI FIGHT” ได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ณ ทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง คลองหก จังหวัดปทุมธานี โดยได้รับเกียรติจาก พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ (รองประธานคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ)เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากหลายหน่วยงาน อาทิ
• พลตำรวจโท สายเพชร ศรีสังข์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
• นางจิรภา สินธุนาวา รองปลัดกระทรวงยุติธรรม
• นายชาญ วชิรเดช รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์
• นางนลินนาถ ไกรนรา รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน
• พลตำรวจโท ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
• ผศ. จ.ส.อ.อเนชา เพียรทอง รองอธิบดีมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ
• พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี
• พร้อม ดร.นพพร วาทิน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยไฟท์ จำกัด ผู้ขับเคลื่อนคนสำคัญของโครงการนี้ ได้นำทีมนักมวยชื่อดังจาก THAI FIGHT เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง
ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึง “โมเดลการพัฒนาเชิงระบบ” ที่ไม่ได้มองผู้ต้องราชทัณฑ์เพียงในมิติของการลงโทษ แต่คือ “ทรัพยากรมนุษย์” ที่สามารถได้รับโอกาสในการพัฒนาและกลับมาเป็นกำลังสำคัญของสังคม

ดร.นพพร วาทิน กล่าวถึงแนวคิดของโครงการครั้งนี้ว่า “มวยไทย”เป็นมากกว่ากีฬา แต่เราต้องการนำมาเป็นเครื่องมือเปลี่ยนชีวิต” โครงการ กำลังใจ…THAI FIGHT จึงเป็นโครงการที่เราใช้ ‘มวยไทย’ มาเป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงชีวิต เราไม่ได้มองมวยเป็นเพียงกีฬา แต่คือ ‘สะพานแห่งโอกาส’ ที่ช่วยพลิกชีวิตผู้ต้องราชทัณฑ์ สร้างแรงบันดาลใจ และเปิดเส้นทางสู่อาชีพในอนาคต เป้าหมายของเราคือการให้โอกาสได้กลับสู่สังคมอย่างยั่งยืน ให้เขามีทักษะ มีวินัย และมีศักดิ์ศรีในการเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง”
“หัวใจของโครงการ คือการนำนักมวยไทยมืออาชีพจากเวที THAI FIGHT เข้าไปฝึกสอนผู้ต้องราชทัณฑ์ในเรือนจำทั่วประเทศ พร้อมคัดเลือกผู้ที่มีศักยภาพเข้าสู่การแข่งขัน “THAI FIGHT LEAGUE” ในรูปแบบ “มวยคาดเชือก”เวทีนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขัน แต่คือ “เวทีแห่งโอกาส” ที่เปิดทางให้ผู้ต้องราชทัณฑ์ได้แสดงความสามารถ สร้างความภาคภูมิใจ และต่อยอดสู่เส้นทางอาชีพไม่ว่าจะก้าวสู่การเป็นนักมวย หรือเป็นผู้ฝึกสอนมวยไทยหลังพ้นโทษครับ” ดร.นพพร กล่าว

จากเรือนจำ สู่เวทีมวยจริง : เรื่องจริงที่สร้างแรงบันดาลใจ หนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนความสำเร็จของโครงการ คือการนำนักมวยผู้ต้องราชทัณฑ์ 2 คน จากเรือนจำกลางเขาบิน จังหวัดราชบุรี เข้าร่วมแข่งขันใน THAI FIGHT LEAGUE เมื่อเดือนกันยายน 2568 ทั้งสองได้พิสูจน์ให้เห็นว่า “โอกาส” สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตคนได้จริง จากผู้ต้องราชทัณฑ์สู่ “นักสู้บนสังเวียน” ที่ได้รับการยอมรับ และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ต้องราชทัณฑ์คนอื่น ๆ ทั่วประเทศ

พร้อมเปิดประสบการณ์จริง จากห้องขังสู่ค่ายมวย ภายในงานเปิดตัวโครงการ สื่อมวลชนได้สัมผัสประสบการณ์จริงภายในทัณฑสถาน ผ่านกิจกรรมสำคัญ ได้แก่
• การสาธิตการฝึกมวยไทยโดยนักมวยระดับโลก นำโดย “แสนชัย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม”
• การพบกับนักมวยผู้ต้องราชทัณฑ์ 6 คน ที่จะเข้าร่วมการแข่งขันในโครงการ
• การถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตจริงของผู้ต้องขังที่กำลังจะก้าวสู่เส้นทางนักมวยอาชีพ
• การเยี่ยมชม “ค่ายมวยสิงห์หนุ่มพัฒนา” ภายในแดนการศึกษา ซึ่งเป็นพื้นที่ฝึกฝนทักษะและวินัย

ภาพที่ปรากฏไม่ใช่เพียงการฝึกซ้อม แต่คือ “ความหวัง” ที่กำลังก่อตัวขึ้นในพื้นที่ที่หลายคนไม่เคยมีโอกาสเข้าถึง มากกว่าทักษะร่างกาย คือการฟื้นฟู “คุณค่าความเป็นมนุษย์” และ “การรู้จักแพ้ รู้จักชนะ รู้จักการให้อภัย” โครงการ “กำลังใจ…THAI FIGHT” มุ่งเน้นการพัฒนาอย่างรอบด้าน ทั้งร่างกายและจิตใจ โดยมวยไทยมีบทบาทสำคัญในการ
• เสริมสร้างสมรรถภาพร่างกาย
• ลดความเครียด และสร้างสมดุลทางอารมณ์
• ปลูกฝังวินัยและความรับผิดชอบ
• ถ่ายทอดคุณค่าของกีฬา “รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย”
นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ผู้ต้องราชทัณฑ์สามารถนำทักษะไปต่อยอดเป็นอาชีพ เช่น ครูมวย ผู้ฝึกสอนการออกกำลังด้วยพื้นฐานมวยไทย หรือแม้แต่ก้าวสู่เวทีการแข่งขันระดับอาชีพ

“หมัดเดียว…เปลี่ยนได้” ไม่ใช่แค่คำพูด แต่คือความจริงในโลกที่โอกาสไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเท่าเทียม โครงการนี้กำลังพิสูจน์ว่า “การให้โอกาส” คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง “กำลังใจ…THAI FIGHT” จึงไม่ใช่เพียงโครงการกีฬา แต่คือ “โมเดลต้นแบบ” ของการพัฒนาคน ที่ผสานพลังของวัฒนธรรมไทยเข้ากับการฟื้นฟูสังคมอย่างยั่งยืน
และสำหรับผู้ต้องราชทัณฑ์หลายคน “หมัดเดียว” บนเวทีมวย อาจไม่ใช่เพียงการต่อสู้เพื่อชัยชนะ…แต่คือ “หมัดแรก” ของการเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างมีคุณค่า


















































