กรุงเทพมหานคร – 16 กันยายน 2569 กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “Thailand Festival Data Intelligence for Festival Economy” โดยได้รับเกียรติจาก นางสาวลิปิการ์ กำลังชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธี และ ศาสตราจารย์ ดร.วิษณุ เพชรภา รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นผู้กล่าวรายงาน ณ ห้อง CDC Ballroom คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ กรุงเทพมหานคร

โครงการ Thailand Festival Data Intelligence for Festival Economy จัดทำขึ้นเพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูลกลางด้านเทศกาลและประเพณีไทย โดยนำเทคโนโลยีและการบริหารจัดการข้อมูลมาประยุกต์ใช้ในการรวบรวม จัดระบบ ตรวจสอบ และเชื่อมโยงข้อมูลทางวัฒนธรรมจากทั่วประเทศ ให้มีมาตรฐาน มีความน่าเชื่อถือ และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ภายในงานมีการนำเสนอผลการดำเนินโครงการ พร้อมเปิดตัวเว็บไซต์ ThaiFestData.com ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของโครงการ สำหรับรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลเทศกาลและประเพณีไทยไม่น้อยกว่า 700 ชุดข้อมูล ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 77 จังหวัด เชื่อมโยงกับข้อมูลศิลปิน ปราชญ์ท้องถิ่น ผู้ประกอบการ และผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม เพื่อสร้างระบบนิเวศข้อมูลที่เอื้อต่อการพัฒนาวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ

ศาสตราจารย์ ดร.วิษณุ เพชรภา รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม สจล. กล่าวรายงานถึงความเป็นมาและความสำคัญของโครงการว่า ประเทศไทยมีต้นทุนทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าและหลากหลาย แต่ข้อมูลด้านเทศกาล ประเพณี และทุนทางวัฒนธรรมยังมีการจัดเก็บอยู่ในหลายหน่วยงานและหลายรูปแบบ การพัฒนาระบบข้อมูลกลางจึงมีความสำคัญต่อการรวบรวม เชื่อมโยง และนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมวัฒนธรรมและ สจล. จึงเป็นการนำองค์ความรู้ด้านวัฒนธรรมมาผสานกับความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัล การบริหารจัดการข้อมูล และนวัตกรรม เพื่อพัฒนาฐานข้อมูลที่สามารถนำไปใช้สนับสนุนทั้งการวางแผนเชิงนโยบาย การพัฒนาการท่องเที่ยว การประชาสัมพันธ์ ตลอดจนการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ศิลปิน ปราชญ์ท้องถิ่น ผู้ประกอบการ และชุมชน

ด้าน นางสาวลิปิการ์ กำลังชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ประธานในพิธี กล่าวว่า ประเทศไทยมีต้นทุนทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าและหลากหลาย ทั้งเทศกาล ประเพณี ศิลปะการแสดง ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวิถีชีวิต ซึ่งไม่เพียงสะท้อนรากเหง้าและอัตลักษณ์ของแต่ละชุมชน แต่ยังสามารถนำมาต่อยอดให้เกิดคุณค่าทางสังคมและมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน

“การขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมในปัจจุบันจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลที่เป็นระบบ มีมาตรฐาน และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง โครงการ Thailand Festival Data Intelligence for Festival Economy จึงเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลวัฒนธรรมของประเทศ เพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบาย การวางแผนพัฒนาพื้นที่ การส่งเสริมการท่องเที่ยว และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนและชุมชนทั่วประเทศ”

เว็บไซต์ ThaiFestData.com มิได้ทำหน้าที่เป็นเพียงช่องทางรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลเทศกาลเท่านั้น แต่ได้รับการพัฒนาให้เป็นพื้นที่กลางในการเชื่อมโยงข้อมูล ผู้คน ชุมชน และโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยเปิดให้ภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ ชุมชน นักท่องเที่ยว และประชาชนทั่วไป สามารถเข้าถึงและนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในมิติต่าง ๆ

ฐานข้อมูลดังกล่าวสามารถสนับสนุนการวิเคราะห์ศักยภาพของเทศกาลในแต่ละพื้นที่ การวางแผนจัดกิจกรรมและเส้นทางท่องเที่ยว การประชาสัมพันธ์เทศกาลให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ตลอดจนการเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจให้แก่ศิลปิน ช่างฝีมือ ปราชญ์ท้องถิ่น ผู้ประกอบการ และชุมชนเจ้าของวัฒนธรรม ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ กระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ และเสริมความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานราก

การดำเนินโครงการยังสอดคล้องกับแนวทางการขับเคลื่อนนโยบาย “5C Plus 1” ของกระทรวงวัฒนธรรม ที่มุ่งนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดผ่านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และส่งเสริมให้ประชาชนสามารถนำคุณค่าทางวัฒนธรรมมาสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิต โดยอาศัยข้อมูล องค์ความรู้ เทคโนโลยี และความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเป็นกลไกสำคัญ

นอกจากการเปิดตัวเว็บไซต์แล้ว ภายในงานยังมีพิธีมอบรางวัลกิจกรรมประกวดภาพถ่าย “เลนส์เล่าเรื่อง เมืองมรดกไทย” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการถ่ายทอดเสน่ห์ เรื่องราว และคุณค่าของเทศกาลและประเพณีไทยผ่านภาพถ่าย ตลอดจนรวบรวมผลงานภาพถ่ายที่สะท้อนอัตลักษณ์ วิถีชีวิต และมรดกทางวัฒนธรรมจากพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ

กิจกรรมดังกล่าวแบ่งการพิจารณาผลงานออกเป็น 4 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยมีรางวัลชนะเลิศ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 และรางวัลชมเชย พร้อมจัดแสดงผลงานที่ได้รับรางวัลภายในงาน เพื่อเผยแพร่คุณค่าของมรดกวัฒนธรรมไทยผ่านมุมมองของประชาชน

ภายในงานยังจัดแสดงนิทรรศการนำเสนอแนวคิด ผลการดำเนินงาน และองค์ประกอบสำคัญของโครงการ รวมถึงบทบาทของข้อมูลในการเชื่อมโยงเทศกาล ชุมชน ผู้ประกอบการ และภาคีเครือข่าย เพื่อแสดงให้เห็นถึงแนวทางการนำทุนทางวัฒนธรรมไปต่อยอดสู่การพัฒนาเศรษฐกิจเทศกาล หรือ Festival Economy อย่างเป็นรูปธรรม

โครงการนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง กรมส่งเสริมวัฒนธรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลและเทคโนโลยี นักวิชาการ เครือข่ายวัฒนธรรม ศิลปิน ปราชญ์ท้องถิ่น ผู้ประกอบการ ชุมชน และภาคีจากหลากหลายภาคส่วน ซึ่งร่วมกันพัฒนาข้อมูลให้มีความครบถ้วน ถูกต้อง และสะท้อนบริบททางวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่

ทั้งนี้ โครงการได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายสำคัญ ได้แก่ Eventpass, Local Alike, สมาคมการค้าการตลาดและการท่องเที่ยวไทย หรือ IMTA และเครือข่ายผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย หรือ CPOT ในการร่วมเชื่อมโยงข้อมูล การประชาสัมพันธ์ และการต่อยอดโอกาสทางเศรษฐกิจจากทุนทางวัฒนธรรม

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม มุ่งหวังให้โครงการ Thailand Festival Data Intelligence for Festival Economy และเว็บไซต์ ThaiFestData.com เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญด้านข้อมูลเทศกาลและประเพณีไทยที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สามารถรองรับการใช้ประโยชน์ของทุกภาคส่วน และเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการถ่ายทอด ดูแล และนำข้อมูลทางวัฒนธรรมของตนเองไปต่อยอดอย่างเหมาะสม

ประชาชน หน่วยงาน และผู้สนใจสามารถเข้าถึงข้อมูลเทศกาลและประเพณีไทยจากทั่วประเทศได้ที่ www.thaifestdata.com เพื่อร่วมค้นหา เรียนรู้ และเผยแพร่เสน่ห์ของวัฒนธรรมไทยให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ

ข้อมูลสำหรับสื่อมวลชน
โครงการ: Thailand Festival Data Intelligence for Festival Economy
เว็บไซต์: www.thaifestdata.com